วิสัยทัศน์
*******************
“ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2 เป็นองค์กรคุณภาพ บริหารจัดการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ผู้เรียนได้รับ การพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ตามมาตรฐานสากล ”
พันธกิจ
*******************
- จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้ในการสร้างภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงและภัยคุกคามแบบใหม่ทุกรูปแบบ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต
- พัฒนาศักยภาพผู้เรียนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ ทักษะวิชาประคองชีพ และคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21
- ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ได้คุณภาพตามมาตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นมืออาชีพ
- สร้างโอกาส ความเสมอภาคลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
- ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- พัฒนาระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
- ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ
เป้าประสงค์
*******************
- ผู้เรียนมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีหลักคิดที่ถูกต้องและเป็นพลเมืองดีของชาติมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมที่พึงประสงค์ มีจิตสาธารณะรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น ซื่อสัตย์ สุจริต มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อม อารี มีวินัย รักษาศีลธรรม
- ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบและรองรับวิถีชีวิตใหม่ ( New Normal)
- ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างเสมอภาค ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
- ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน เต็มตามศักยภาพให้มีความรู้ ทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ ทักษะวิชาประคองชีพ ให้เป็นผู้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
- สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SustainableDevelopment Goals : SDGs) และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
6.ครูและบุคลากรทางการศึกษาจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ ปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิชาชีพ
7.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา มีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท
ทิศทางการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้วางนโยบายในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2570 ) และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ .ศ.2566ตามบริบทของหน่วยงาน โดยอยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ. ศ. 2560 – 2579 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) นโยบาย/จุดเน้น กระทรวงศึกษาธิการ ตัวชี้วัด/จุดเน้น/ค่าเป้าหมาย/แนวทางการพัฒนา/นโยบาย/โครงการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566 และโครงการ/กิจกรรมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาให้ไปในทางเดียวกัน โดยมีการนำผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา วิเคราะห์ประกอบการกำหนดนโยบาย ดังนี้
- สภาพแวดล้อมภายในที่เป็นจุดแข็ง (STRENGTHS : S) หมายถึง ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายในหน่วยงานที่เป็นจุดแข็ง ข้อดี หรือข้อเด่นที่จะทำให้หน่วยงานประสบผลสำเร็จ
2. สภาพแวดล้อมภายในที่เป็นจุดอ่อน (WEAKNESSES : W) หมายถึง ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายในหน่วยงานที่เป็นจุดอ่อน ข้อด้อย หรือจุดที่ควรพัฒนาส่งผลเสียต่อการดำเนินงานของหน่วยงานที่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์
3. สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นโอกาส (OPPORTUNITIES : O) หมายถึง ปัจจัยหลักของ
สภาพแวดล้อมภายนอกหน่วยงานที่เป็นโอกาสเอื้ออำนวย หรือสนับสนุนหน่วยงานให้ประสบผลสำเร็จบรรลุ
วัตถุประสงค์
4. สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นอุปสรรค (THREATS : T) หมายถึง ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายนอกหน่วยงานที่เป็นอุปสรรค ภัยคุกคาม หรือข้อจำกัดที่จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานไม่ประสบผลสำเร็จหรือยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน
|
จุดแข็ง (STRENGTHS : S) |
จุดอ่อน (WEAKNESSES : W) |
|
1.ผู้บริหารมีภาวะผู้นำในการบริหารจัดการศึกษา 2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีนโยบายและการดำเนินการตามกลยุทธ์ขององค์กรมีความชัดเจน 3.บุคลากรในหน่วยงานมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา |
1.การปฏิบัติงานตามแผนงาน/โครงการ ไม่ครบถ้วน ไม่ครอบคลุมทุกโครงการ/ตัวชี้วัด 2.การวางแผนการปฏิบัติงานตามแผนและการติดตามประเมินผลตามแผนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด |
|
จุดแข็ง (STRENGTHS : S) |
จุดอ่อน (WEAKNESSES : W) |
|
4.แผนกลยุทธ์ขององค์กรมีความชัดเจน ครอบคลุมและมีความเชื่อมโยง สอดคล้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5.มีการจัดโครงสร้างแบ่งหน้าที่ขอบเขตงานรับผิดชอบ มีความชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร 6.บุคลากรในสำนักงานมีวัฒนธรรมในการทำงานเป็นทีม มีความรักความสามัคคีภายในองค์กร 7.บุคลากรมีการทำงานอย่างเต็มความสามารถตาม กรอบและโครงสร้างงานที่ได้รับมอบหมาย 8.บุคลากรคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้รับบริการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 9.มีการสื่อสารภายในระหว่างผู้บริหารและบุคลากรผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทำให้บุคลากรได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว 10.มีการจัดกิจกรรมเพื่อการสื่อสารและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาและบุคลากร เช่น การประชุม Video Conference / Google Meet 11. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาและบุคลากร เป็นไปอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง 12.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอาคารสถานที่ วัสดุ ครุภัณฑ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานและให้บริการ อย่างเพียงพอ 13.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาอย่างเข้มแข็งและ ต่อเนื่อง |
3.บุคลากรในบางส่วนขาดความรู้ ความเข้าใจในหน้าที่และปฏิบัติตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง อีกทั้งยังขาดทักษะ ประสบการณ์ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 4.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบางกลุ่มสาระต่ำกว่าระดับ ประเทศ 5.ครูมีภาระงานมาก ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ อย่างเต็มที่ 6.บุคลากรในบางส่วนขาดทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 7.โครงสร้างของ สพฐ. และ สพท. ไม่ชัดเจน ทำให้การมอบหมายงานไม่ตรงตามความรับผิดชอบภาระงาน ของกลุ่ม 8. ขาดการนำผลการติดตามไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุง พัฒนาและบริหารจัดการอย่างแท้จริง |
การวิเคราะห์สภาพภายนอก
|
โอกาส (OPPORTUNITIES : O) |
อุปสรรค (THREATS : T) |
|
1.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 เป็นเขตพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ให้บริการจัดการศึกษาได้ทั่วถึงและครอบคลุม 2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอาคารสำนักงานที่เพียงพอเหมาะต่อการปฏิบัติงานและให้บริการ 3.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีการกระจายอำนาจไปยัง ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน/กลุ่มโรงเรียนเป็นเครือข่ายประสานงานของโรงเรียนในสังกัด 4.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเอื้อต่อการเรียนรู้ 5.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการติดต่อสื่อสารที่หลากหลายช่องทางทำให้เกิดการ สื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 6.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีเครือข่ายความร่วมมือและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเขตพื้นที่บริการมีความเข้มแข็งให้ความสำคัญและส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา 7.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับความร่วมมือจาก หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริม สนับสนุนด้านการจัดการศึกษา |
1.โรงเรียนในสังกัดส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กและขาดแคลนทรัพยากรในการบริหารจัดการ 2.ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง 3. ชุมชน ผู้ปกครอง มีค่านิยมส่งลูกหลานไปเรียน โรงเรียนในเมืองหรือโรงเรียนยอดนิยม 4.การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการศึกษาบ่อยส่งผลให้ การบริหารจัดการศึกษาขาดความต่อเนื่อง 5.นโยบายการกระจายอำนาจของภาครัฐขาดการดำเนินการอย่างจริงจังส่งผลต่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการศึกษา 6.สภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำทำให้เกิดอัตราการว่างงาน ส่งผลต่อการสนับสนุนงบประมาณด้านการจัดการศึกษาของชุมชน |
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้ตระหนักถึงภารกิจหลักในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
นโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566
- ด้านความปลอดภัย
1.1 พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากโรคภัยต่าง ๆ ภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ
1.2 ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีและเป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม
1.3 สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal)
- ด้านโอกาส
2.1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 – 6 ปีทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา
สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้อง เพื่อให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน โดยการมีส่วนร่วม
ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2.2 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ
2.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
2.4 ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ เพื่อให้ทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้
2.5 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนออกจากระบบการศึกษา และช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบ
- ด้านคุณภาพ
3.1 ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เน้นสมรรถนะไปใช้ตามศักยภาพของสถานศึกษา ให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับความต้องการและบริบท
3.2 พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิดขั้นสูง มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับผู้อื่น
โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
3.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นำไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ และส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
3.4 ส่งเสริม และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ให้ควบคู่การเรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมทั้งส่งเสริมการนำระบบธนาคารหน่วยกิตมาใช้ในการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ของผู้เรียนในสถานศึกษา
3.5 พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ
- ด้านประสิทธิภาพ
4.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักธรรมาภิบาล
4.2 นำเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูล มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน
4.3 ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และแสวงหาการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
เพื่อให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
4.4 เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และปรับกระบวนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal)
กลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้กำหนดกลยุทธ์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยยึดหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566 – 2570) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 และนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปีงบประมาณ 2564 – 2565) เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ บรรลุวัตถุประสงค์ จึงได้กำหนดกลยุทธ์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด แนวทางการพัฒนา ดังนี้
กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ
กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน
กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา
กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ
เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์
- ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัยจากภัยคุกคาม 9 รูปแบบ ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง ภัยพิบัติต่าง ๆ อุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การค้ามนุษย์ การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์
- ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัยและสามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ
- สถานศึกษา ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัย และจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สถานศึกษา ได้รับการส่งเสริมให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยของผู้เรียน
ตัวชี้วัด
|
ที่ |
ตัวชี้วัด |
หน่วยนับ |
ค่าเป้าหมาย ปี 2566 |
|
|
1 |
ร้อยละของผู้เรียนที่มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ และทุกประเภท |
ร้อยละ |
80 |
|
|
2 |
ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการประเมินความเสี่ยง และมีแผน/มาตรการ กิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือทักษะในการรับมือด้านความปลอดภัย (Safety Action) ทุกรูปแบบ และมีการดำเนินการตามแผนอย่างเป็นระบบ |
ร้อยละ |
80 |
แนวทางการพัฒนา
|
ที่ |
แนวทางการพัฒนา |
|
1 |
ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับภัยรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต เพื่อสามารถดำเนินชีวิตในวิถีใหม่และชีวิตวิถีถัดไปได้อย่างถูกต้อง |
|
2 |
ส่งเสริมระบบการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ให้ได้รับความปลอดภัยจากภัยทั้ง 9 รูปแบบ และพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเปิดให้มีช่องทางการร้องเรียนหรือแจ้งเหตุให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู เพื่อสื่อสารกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงการใช้ Big Data และแอปพลิเคชั่นในการเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อสามารถคาดการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น ในอนาคต การซักซ้อมในการรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้เรียนอาจต้องเผชิญ และส่งเสริมการเชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอก ให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที |
|
3 |
ส่งเสริมสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยการ สนับสนุนหรือประสานการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อให้อาคารเรียนอาคารประกอบของสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และความปลอดภัยของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงส่งเสริม และประสานการสนับสนุนบุคลากรด้านจิตวิทยา และบุคลากรด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา |
|
4. |
ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษา ให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียน ให้มีทักษะในการป้องกันและปรับตัว |
|
5. |
ส่งเสริมให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และจัดทำแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของสถานศึกษาในสังกัด และจัดระบบความปลอดภัยในภาพรวมให้เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ |
|
6. |
ส่งเสริมจัดกิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือการซักซ้อม ในการรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ (Safety Action) ที่ผู้เรียนอาจต้องเผชิญ และมีแผน/มาตรการในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำที่เกิดขึ้นได้ในวิถีชีวิตใหม่ เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย |
กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน
เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์
- 1. ประชากรวัยเรียนระดับการศึกษาภาคบังคับ ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคจนจบการศึกษาภาคบังคับ
- เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ
- ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
- เด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออกจากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน ได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตัวชี้วัด
|
ที่ |
ตัวชี้วัด |
หน่วยนับ |
ค่าเป้าหมาย ปี 2566 |
|
|
1 |
อัตราการเข้าเรียนสุทธิระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 |
ร้อยละ |
70 |
|
|
2 |
ร้อยละของเด็กออกกลางคัน เด็กตกหล่น กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม |
ร้อยละ |
80 |
|
|
3 |
ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจำเป็นและศักยภาพ |
ร้อยละ |
100 |
|
|
4 |
ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมศักยภาพ ที่เหมาะสม |
ร้อยละ |
100 |
|
|
5 |
ร้อยละของสถานศึกษามีการนำข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการรับและให้บริการการศึกษา รวมถึงการส่งต่อผู้เรียนระดับปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบ |
ร้อยละ |
90 |
|
|
6 |
ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เหมาะสมกับผู้เรียน |
ร้อยละ |
70 |
แนวทางการพัฒนา
|
ที่ |
แนวทางการพัฒนา |
|
1 |
ส่งเสริม สนับสนุนการใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนระดับปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา รวมทั้งบูรณาการและเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้เรียนออกจากระบบการศึกษา |
|
2 |
ส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างต่อเนื่อง ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และระดมทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา |
|
3 |
ส่งเสริม สนับสนุนให้มีเทคโนโลยีดิจิทัล หรือนวัตกรรม ในการสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้ผู้เรียนทุกคนทุกพื้นที่เข้าถึงการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ |
|
4 |
สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยบุคคล ครอบครัว (Home School) องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ และสถานประกอบการในศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 |
|
5 |
ส่งเสริม สนับสนุนการใช้ระบบแพลตฟอร์มในการส่งต่อ ติดตาม และค้นหานักเรียน เพื่อช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม |
|
6 |
กำหนดแนวทางและกระบวนการในการส่งต่อนักเรียนให้ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นหรือมีทักษะอาชีพในการดำรงชีวิต |
|
7 |
สนับสนุนการพัฒนารูปแบบและวิธีการจัดการเรียนรู้ เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา รวมทั้งกระบวนการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับการพัฒนาศักยภาพของเด็กพิการ |
|
8 |
ส่งเสริมจัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ |
|
9 |
ส่งเสริมการศึกษาทางเลือกและการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และมีพื้นฐานการประกอบอาชีพหรือทักษะอาชีพ อย่างเท่าเทียม |
|
10 |
ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และทักษะวิชาประคองชีพ สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นสามารถพึ่งตนเองได้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล |
|
11 |
ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมให้มีคุณภาพ และเกิดการบูรณาการอย่างยั่งยืน |
|
12. |
พัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ให้สามารถเพิ่มโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับประชากรวัยเรียนและผู้เรียน ได้อย่างมีคุณภาพ |
|
13. |
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยส่งเสริม สนับสนุนให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน |
กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์
- เด็กปฐมวัยในสังกัด มีพัฒนาการสมวัยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
- 2. ผู้เรียนทุกช่วงวัยในสังกัด มีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ
- 3. ผู้เรียนทุกช่วงวัยในสังกัด ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน สอดคล้องกับศักยภาพให้เป็นผู้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
- 4. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
มีสมรรถนะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ จรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งจิตวิญญาณความเป็นครู - 5. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
- 6. สถานศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีระบบการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning)
ตัวชี้วัด
|
ที่ |
ตัวชี้วัด |
หน่วยนับ |
ค่าเป้าหมาย ปี 2566 |
|
|
1 |
ร้อยละของผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 |
ร้อยละ |
80 |
|
|
2 |
ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัดที่สามารถจัดการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียน โดยใช้เครื่องมือคัดกรอง/สำรวจแวว/วัดความสามารถความถนัดของผู้เรียน |
ร้อยละ |
30 |
|
|
3 |
ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัด ที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน |
ร้อยละ |
60 |
|
|
4 |
ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีการวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) |
ร้อยละ |
50 |
|
|
5 |
ร้อยละของผู้เรียนปฐมวัยในสังกัดมีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา |
ร้อยละ |
80 |
แนวทางการพัฒนา
|
ที่ |
แนวทางการพัฒนา |
|
1. |
จัดการศึกษาระดับปฐมวัยให้มีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา |
|
2. |
ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึด มั่น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สู่การปฏิบัติ |
|
3. |
ส่งเสริมผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล โดยมีเครื่องมือคัดกรอง /สำรวจแวว /วัดความสามารถ ความถนัด สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายตอบสนองความแตกต่างทางพหุปัญญาของผู้เรียน โดยครูออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสอดคล้องตามบริบทและวัฒนธรรม คำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลตามความถนัด ความสนใจ ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ |
|
4. |
ส่งเสริมให้มีจัดการศึกษาตามขีดความสามารถของผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความถนัดและศักยภาพของแต่ละบุคคล วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ |
|
5. |
ส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสูง นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เชื่อมโยงสู่อาชีพและการมีงานทำ มีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ |
|
6. |
ส่งเสริม พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่นำไปสู่ Digital Life & Learning |
|
7. |
ส่งเสริมให้นักเรียนนำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันและหารายได้ระหว่างเรียน |
|
8. |
ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม |
|
9. |
ส่งเสริมให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม (Co-creation)ให้กับผู้เรียนในทุกระดับชั้น |
|
10. |
ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะวิชาชีพ สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นสามารถพึ่งตนเองได้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล |
|
11. |
พัฒนาศักยภาพครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการแบบ Intensive Training การอบรมแบบออนไลน์ (Online Training) การอบรมแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (e-learning) เป็นต้น |
|
13. |
พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ |
|
14. |
พัฒนาระบบคลังข้อสอบมาตรฐานในการประเมินคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน เพื่อให้บริการแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในรูปแบบออนไลน์ |
|
15. |
พัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน และสมรรถนะของผู้เรียน |
|
16. |
พัฒนาและส่งเสริมให้มีแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้อัจฉริยะ ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอนที่มีคุณภาพ และการประเมินและพัฒนาผู้เรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) สำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย |
|
17. |
บูรณาการการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อด้านอาชีพและการประกอบอาชีพ หรือการมีงานทำตามความต้องการและความถนัดของผู้เรียน |
|
18. |
สนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตรและการพัฒนาครู ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สนับสนุนการพัฒนาระบบและกระบวนการบริหารจัดการกระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และระบบการนิเทศการศึกษา และการสอนงานของครูพี่เลี้ยงในสถานศึกษา |
|
19. |
ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อความเป็นเลิศโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน |
|
20. |
พัฒนาศึกษานิเทศก์ รูปแบบ วิธีการนิเทศที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 |
|
21. |
พัฒนาศึกษานิเทศก์และผู้บริหารสถานศึกษาให้มีสมรรถนะในการนิเทศการศึกษาและการพัฒนางานวิชาการ ที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และสอดคล้องกับลักษณะงานและวิธีการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง |
กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา
เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีการนำระบบข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ
2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีระบบการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน
3.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีระบบการจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะอัตรากำลังและงบประมาณ ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท
5.โรงเรียนคุณภาพได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพ ที่เหมาะสมกับบริบท
ตัวชี้วัด
|
ที่ |
ตัวชี้วัด |
หน่วยนับ |
ค่าเป้าหมาย ปี 2566 |
|
|
1 |
ร้อยละของสถานศึกษา ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน/หน่วยงาน/องค์กร/บุคคลภายนอก ในการบริหารจัดการ และการให้บริการการศึกษา |
ร้อยละ |
80 |
|
|
2 |
ร้อยละของหน่วยงานในสังกัดมีการพัฒนาบริหารจัดการ และการให้บริการการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล |
ร้อยละ |
80 |
|
|
3 |
ร้อยละของสถานศึกษาที่มีผลการประกันคุณภาพภายในระดับดีเลิศขึ้นไป |
ร้อยละ |
76 |
|
|
4 |
ร้อยละของโรงเรียนคุณภาพที่มีการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรร่วมกันได้สำเร็จตามเป้าหมาย |
ร้อยละ |
80 |
แนวทางการพัฒนา
|
ที่ |
แนวทางการพัฒนา |
|
1. |
ส่งเสริม สนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด มีและใช้ข้อมูลจัดการและรายงาน (ปพ. Online/ระบบรายงานผลต่อ พระราชบัญญัติอำนวยความสะดวก/พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล/ระบบสารสนเทศเพิ่มการบริหารจัดการของสถานศึกษา/ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา (อาคาร ครุภัณฑ์))/ด้านบุคลากร) และการให้บริการอื่น ๆ |
|
2. |
พัฒนาระบบพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้ครอบคลุม (การให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การใช้โครงข่ายอินเทอร์เน็ต การใช้อุปกรณ์ด้าน ICT)อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด |
|
3. |
ส่งเสริม สนับสนุน การใช้ระบบบริหารด้านการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ดีสำหรับสถานศึกษาให้เป็นระบบเดียว เพื่อลดภาระงานครู ลดความซ้ำซ้อนของระบบงานและการจัดเก็บข้อมูล |
|
4. |
จัดหาอุปกรณ์ เทคโนโลยีที่เหมาะสมในทุกระดับและเพียงพอต่อความต้องการของการดำเนินงาน สนับสนุนงบประมาณด้านเทคโนโลยีแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สถานศึกษาให้ครบถ้วนโดยวิธีการสนับสนุนจากส่วนราชการและภาคีเครือข่าย เพื่อรองรับการทำงานและการจัดการเรียนการสอน |
|
5. |
ส่งเสริมโรงเรียนคุณภาพได้รับการสนับสนุนงบประมาณที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการศึกษา ที่เกิดขึ้น |
|
6. |
เสริมสร้างขวัญกำลังใจในความก้าวหน้าทางวิชาชีพ และการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากร |
|
7. |
พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับ Digital Literacy และสมรรถนะครูในทุกด้าน |
|
8. |
พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณธรรม จริยธรรมและการปฏิบัติงานตามหลัก ธรรมาภิบาล |
|
9. |
ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาทั้งในและนอกสังกัด เพื่อบูรณาการการใช้ทรัพยากรของสถานศึกษาในสังกัด โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน |
|
10. |
ส่งเสริมทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา สนับสนุนทรัพยากร (มาตรการทางภาษี บุคลากร สิ่งอำนวยความสะดวก) |
|
11. |
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ การบริหารจัดการศึกษาจากภาคส่วนต่าง ๆ |
|
12. |
พัฒนาสถานศึกษาในสังกัดให้มีคุณภาพ ยั่งยืน สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนคุณภาพ |
เครื่องมือในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ใช้ ROIET 2 MODEL เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา โดยใช้หลักการดำเนินงาน คือ “ ได้ใจคน ได้ผลงาน ประสานพลัง” ดังนี้
R = Recheck ได้แก่ ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาวางแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษา
O = Organization ได้แก่ ศึกษาเพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้า บริหารงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
I = Information ได้แก่ การใช้ข้อมูล ข่าวสาร ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
E = Evaluation ได้แก่ การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา นำข้อมูลมาใช้
ในการวางแผนและพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ
T = Technology ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพการศึกษา
2 = Quality and Moral ได้แก่ คุณภาพ และคุณธรรม
คำว่า คุณภาพ มี 5 ระดับ คือ
- คุณภาพสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กำหนดทิศทางการพัฒนาตามมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560 ได้แก่
1.1 การบริการจัดการที่ดี
1.2 การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้
1.3 การกระจายอำนาจและการส่งเสริมเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา
- คุณภาพสถานศึกษา (Education Institution Quality) ประกอบด้วย
2.1 การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา (The Education Quality Development Plan)
2.2 การจัดการเรียนการสอน (Organizing Instruction)
2.3 ระบบประกันคุณภาพการศึกษา (Assurance System of Quality)
2.4 การบริหารจัดการ/การนิเทศ (Administration and Management/Supervision)
- คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย
3.1 พัฒนาครูให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูผู้สอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการเรียนรู้”
3.2 อบรม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่ง ปฏิบัติงานตรงกับความรู้ ความสามารถ วุฒิการศึกษา/การอบรม และลดภาระงานครูที่ใม่เกี่ยวกับการเรียน การสอน
3.3 ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยใช้ระบบบริหารงานบุคคลที่มีความเป็นธรรม
3.4 สร้างขวัญกำลังใจและยกย่องเชิดชูเกียรติ
- คุณภาพห้องเรียน (Classroom Quality) ประกอบด้วย
4.1 การจัดสภาพแวดล้อม/บริบท (Classroom Environment)
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ (Learning Process) ดำเนินการดังนี้
1) พัฒนาหลักสูตร จัดทำหน่วยการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
2) การจัดกระบวนการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะสำคัญจำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21
ประกอบด้วยทักษะ 3Rs +8Cs
3) ครูสอนตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551) สอน-สอบ ประจำหน่วยการเรียนรู้
4) คัดกรองนักเรียนอ่าน-เขียนไม่ได้ ทุกชั้น แล้วร่วมกันสร้างนวัตกรรม/วิจัยแก้ปัญหา
5) ส่งเสริมความสามารถนักเรียน แข่งขันอัจฉริยภาพทุกระดับ
4.3 ระบบเทคโนโลยีการศึกษา (Technology System)
4.4 การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Research)
4.5 ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (Student Assistance System)
- คุณภาพผู้เรียน หมายถึงการพัฒนาผู้เรียน 3 ด้าน ดังนี้
4.1 วิชาการ ได้แก่
1) พัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความพร้อมทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา
2) พัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะสำคัญจำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยทักษะ 3Rs +8Cs
3) พัฒนาส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้ศักยภาพพหุปัญญาในการดำรงชีวิต
4) พัฒนานักเรียนทุกระดับชั้นให้มีความสามารถสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ตามวัย
5) ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกระดับชั้นให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน
4.2 วิชาชีพ ได้แก่
1) เสริมทักษะวิชาชีพ
2) การส่งเสริม OSOP หรือ One School One Product
3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1– 3 ต้องเลือกเรียนวิชาเสริมเป็นวิชาชีพให้ตรงกับความต้องการของท้องถิ่นและประเทศชาติได้
4.3 วิชาประคองชีพ ได้แก่
1) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ
2) ค่านิยมหลัก 12 ประการ
3) ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
4) เสริมสร้าง ความซื่อสัตย์ วินัย คุณธรรม จริยธรรม และการมีจิตสาธารณะ ให้แก่ผู้เรียน โดยการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนผ่านสาระการเรียนรู้ทุกวิชา รวมทั้งกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
คำว่าคุณธรรม คือ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม ประพฤติตนอยู่บนพื้นฐานของศีลธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาล
กระบวนการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามรูปแบบ ROIET 2 MODEl นั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้ใช้หลักในการดำเนินงาน คือ “ ได้ใจคน ได้ผลงาน ประสานพลัง” และใช้วงจรการบริหารงานคุณภาพ (PDCA) เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงการทำงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 อย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการศึกษา สู่เป้าหมาย “คุณภาพผู้เรียน 3 วิ” ได้แก่ วิชาการ วิชาชีพ และวิชาประคองชีพ”
