วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์

วิสัยทัศน์

*******************

    “ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2 เป็นองค์กรคุณภาพ บริหารจัดการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ  ผู้เรียนได้รับ   การพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ตามมาตรฐานสากล ”

พันธกิจ

*******************

  1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้ในการสร้างภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงและภัยคุกคามแบบใหม่ทุกรูปแบบ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต
  3. พัฒนาศักยภาพผู้เรียนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ ทักษะวิชาประคองชีพ และคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21
  4. ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ได้คุณภาพตามมาตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  5. ส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นมืออาชีพ
  6. สร้างโอกาส ความเสมอภาคลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
  1. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
  2. พัฒนาระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
  3. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ

เป้าประสงค์

*******************

  1. ผู้เรียนมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีหลักคิดที่ถูกต้องและเป็นพลเมืองดีของชาติมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมที่พึงประสงค์ มีจิตสาธารณะรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น ซื่อสัตย์ สุจริต มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อม อารี มีวินัย รักษาศีลธรรม  
  1. ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบและรองรับวิถีชีวิตใหม่ ( New Normal)
  2.    ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างเสมอภาค ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
  3.   ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน เต็มตามศักยภาพให้มีความรู้ ทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ ทักษะวิชาประคองชีพ ให้เป็นผู้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
  4. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SustainableDevelopment Goals : SDGs) และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

      6.ครูและบุคลากรทางการศึกษาจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ ปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิชาชีพ

      7.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา มีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท  

ทิศทางการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2

                 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2  ได้วางนโยบายในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2570 ) และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ .ศ.2566ตามบริบทของหน่วยงาน โดยอยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580)  แผนการศึกษาแห่งชาติ พ. ศ. 2560 – 2579 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)  นโยบาย/จุดเน้น กระทรวงศึกษาธิการ ตัวชี้วัด/จุดเน้น/ค่าเป้าหมาย/แนวทางการพัฒนา/นโยบาย/โครงการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566 และโครงการ/กิจกรรมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาให้ไปในทางเดียวกัน โดยมีการนำผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา วิเคราะห์ประกอบการกำหนดนโยบาย ดังนี้

  1. สภาพแวดล้อมภายในที่เป็นจุดแข็ง (STRENGTHS : S) หมายถึง ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายในหน่วยงานที่เป็นจุดแข็ง ข้อดี หรือข้อเด่นที่จะทำให้หน่วยงานประสบผลสำเร็จ
    2. สภาพแวดล้อมภายในที่เป็นจุดอ่อน (WEAKNESSES : W) หมายถึง ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายในหน่วยงานที่เป็นจุดอ่อน ข้อด้อย หรือจุดที่ควรพัฒนาส่งผลเสียต่อการดำเนินงานของหน่วยงานที่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์
                  3. สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นโอกาส (OPPORTUNITIES : O) หมายถึง ปัจจัยหลักของ
    สภาพแวดล้อมภายนอกหน่วยงานที่เป็นโอกาสเอื้ออำนวย หรือสนับสนุนหน่วยงานให้ประสบผลสำเร็จบรรลุ
    วัตถุประสงค์
                  4. สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นอุปสรรค (THREATS : T) หมายถึง ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายนอกหน่วยงานที่เป็นอุปสรรค ภัยคุกคาม หรือข้อจำกัดที่จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานไม่ประสบผลสำเร็จหรือยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน

 

จุดแข็ง (STRENGTHS : S)

จุดอ่อน (WEAKNESSES : W)

1.ผู้บริหารมีภาวะผู้นำในการบริหารจัดการศึกษา

2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีนโยบายและการดำเนินการตามกลยุทธ์ขององค์กรมีความชัดเจน

3.บุคลากรในหน่วยงานมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

1.การปฏิบัติงานตามแผนงาน/โครงการ ไม่ครบถ้วน        ไม่ครอบคลุมทุกโครงการ/ตัวชี้วัด

2.การวางแผนการปฏิบัติงานตามแผนและการติดตามประเมินผลตามแผนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

 

 

จุดแข็ง (STRENGTHS : S)

จุดอ่อน (WEAKNESSES : W)

4.แผนกลยุทธ์ขององค์กรมีความชัดเจน ครอบคลุมและมีความเชื่อมโยง สอดคล้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5.มีการจัดโครงสร้างแบ่งหน้าที่ขอบเขตงานรับผิดชอบ มีความชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร

6.บุคลากรในสำนักงานมีวัฒนธรรมในการทำงานเป็นทีม มีความรักความสามัคคีภายในองค์กร

7.บุคลากรมีการทำงานอย่างเต็มความสามารถตาม       กรอบและโครงสร้างงานที่ได้รับมอบหมาย

8.บุคลากรคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้รับบริการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้

9.มีการสื่อสารภายในระหว่างผู้บริหารและบุคลากรผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทำให้บุคลากรได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว

10.มีการจัดกิจกรรมเพื่อการสื่อสารและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาและบุคลากร เช่น    การประชุม Video Conference / Google Meet

11. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาและบุคลากร    เป็นไปอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง

12.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอาคารสถานที่      วัสดุ ครุภัณฑ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานและให้บริการ     อย่างเพียงพอ

13.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบนิเทศ ติดตาม    และประเมินผลการจัดการศึกษาอย่างเข้มแข็งและ        ต่อเนื่อง

3.บุคลากรในบางส่วนขาดความรู้ ความเข้าใจในหน้าที่และปฏิบัติตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง อีกทั้งยังขาดทักษะ ประสบการณ์ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

4.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบางกลุ่มสาระต่ำกว่าระดับ    ประเทศ

5.ครูมีภาระงานมาก ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้   อย่างเต็มที่

6.บุคลากรในบางส่วนขาดทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

7.โครงสร้างของ สพฐ. และ สพท. ไม่ชัดเจน ทำให้การมอบหมายงานไม่ตรงตามความรับผิดชอบภาระงาน          ของกลุ่ม

8. ขาดการนำผลการติดตามไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุง  พัฒนาและบริหารจัดการอย่างแท้จริง

การวิเคราะห์สภาพภายนอก

โอกาส (OPPORTUNITIES : O)

อุปสรรค (THREATS : T)

1.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2   เป็นเขตพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ให้บริการจัดการศึกษาได้ทั่วถึงและครอบคลุม

2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอาคารสำนักงานที่เพียงพอเหมาะต่อการปฏิบัติงานและให้บริการ

3.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีการกระจายอำนาจไปยัง     ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน/กลุ่มโรงเรียนเป็นเครือข่ายประสานงานของโรงเรียนในสังกัด

4.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเอื้อต่อการเรียนรู้

5.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ  และการติดต่อสื่อสารที่หลากหลายช่องทางทำให้เกิดการ    สื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

6.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีเครือข่ายความร่วมมือและ   ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเขตพื้นที่บริการมีความเข้มแข็งให้ความสำคัญและส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา

7.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับความร่วมมือจาก     หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริม สนับสนุนด้านการจัดการศึกษา

1.โรงเรียนในสังกัดส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กและขาดแคลนทรัพยากรในการบริหารจัดการ

2.ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง

3. ชุมชน ผู้ปกครอง มีค่านิยมส่งลูกหลานไปเรียน        โรงเรียนในเมืองหรือโรงเรียนยอดนิยม

4.การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการศึกษาบ่อยส่งผลให้       การบริหารจัดการศึกษาขาดความต่อเนื่อง

5.นโยบายการกระจายอำนาจของภาครัฐขาดการดำเนินการอย่างจริงจังส่งผลต่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการศึกษา

6.สภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำทำให้เกิดอัตราการว่างงาน ส่งผลต่อการสนับสนุนงบประมาณด้านการจัดการศึกษาของชุมชน

 

 

การพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2

         สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้ตระหนักถึงภารกิจหลักในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้

นโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566

  1. ด้านความปลอดภัย

                                    1.1 พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากโรคภัยต่าง ๆ ภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ

                                    1.2 ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีและเป็นมิตร               กับสิ่งแวดล้อม

                                    1.3 สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal)

  1. ด้านโอกาส

                                    2.1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 – 6 ปีทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา
สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้อง เพื่อให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน โดยการมีส่วนร่วม
ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                                    2.2 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ

                                    2.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ

                                    2.4 ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ เพื่อให้ทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้

                                    2.5 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนออกจากระบบการศึกษา และช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบ

  1. ด้านคุณภาพ

                                    3.1 ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เน้นสมรรถนะไปใช้ตามศักยภาพของสถานศึกษา ให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับความต้องการและบริบท

                                    3.2 พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิดขั้นสูง มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับผู้อื่น
โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                                    3.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นำไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ และส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

                                    3.4 ส่งเสริม และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ให้ควบคู่การเรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมทั้งส่งเสริมการนำระบบธนาคารหน่วยกิตมาใช้ในการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ของผู้เรียนในสถานศึกษา

                                    3.5 พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ

  1. ด้านประสิทธิภาพ

                                    4.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักธรรมาภิบาล

                                    4.2 นำเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูล มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน

                                    4.3 ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และแสวงหาการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
เพื่อให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม               

                                    4.4 เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และปรับกระบวนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal)

กลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2

                   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้กำหนดกลยุทธ์ประจำปีงบประมาณ          พ.ศ. 2565 โดยยึดหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580  แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580)  แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566 – 2570) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 และนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปีงบประมาณ 2564 – 2565)  เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ บรรลุวัตถุประสงค์ จึงได้กำหนดกลยุทธ์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด แนวทางการพัฒนา  ดังนี้

กลยุทธ์ที่  1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ

                        กลยุทธ์ที่ 2  เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน

กลยุทธ์ที่ 3  ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

กลยุทธ์ที่ 4  เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา

 

 

 

กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ

           เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์

  1. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัยจากภัยคุกคาม 9 รูปแบบ ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง ภัยพิบัติต่าง ๆ อุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การค้ามนุษย์ การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์
  2. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัยและสามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ
  3. สถานศึกษา ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัย และจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. สถานศึกษา ได้รับการส่งเสริมให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยของผู้เรียน

ตัวชี้วัด

ที่

ตัวชี้วัด

หน่วยนับ

ค่าเป้าหมาย

ปี 2566

 
 

1

ร้อยละของผู้เรียนที่มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ และทุกประเภท

ร้อยละ

80

2

ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการประเมินความเสี่ยง และมีแผน/มาตรการ กิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือทักษะในการรับมือด้านความปลอดภัย (Safety Action) ทุกรูปแบบ และมีการดำเนินการตามแผนอย่างเป็นระบบ

ร้อยละ

80

 

แนวทางการพัฒนา

ที่

แนวทางการพัฒนา

1

ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับภัยรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต เพื่อสามารถดำเนินชีวิตในวิถีใหม่และชีวิตวิถีถัดไปได้อย่างถูกต้อง

2

ส่งเสริมระบบการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ให้ได้รับความปลอดภัยจากภัยทั้ง 9 รูปแบบ และพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเปิดให้มีช่องทางการร้องเรียนหรือแจ้งเหตุให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู เพื่อสื่อสารกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงการใช้ Big Data และแอปพลิเคชั่นในการเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อสามารถคาดการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น    ในอนาคต การซักซ้อมในการรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้เรียนอาจต้องเผชิญ และส่งเสริมการเชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอก ให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที

3

ส่งเสริมสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยการ สนับสนุนหรือประสานการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อให้อาคารเรียนอาคารประกอบของสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และความปลอดภัยของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงส่งเสริม และประสานการสนับสนุนบุคลากรด้านจิตวิทยา และบุคลากรด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา

4.

ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษา ให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียน ให้มีทักษะในการป้องกันและปรับตัว

5.

ส่งเสริมให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และจัดทำแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของสถานศึกษาในสังกัด และจัดระบบความปลอดภัยในภาพรวมให้เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่

6.

ส่งเสริมจัดกิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือการซักซ้อม ในการรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ (Safety Action) ที่ผู้เรียนอาจต้องเผชิญ และมีแผน/มาตรการในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำที่เกิดขึ้นได้ในวิถีชีวิตใหม่ เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย

กลยุทธ์ที่ 2  เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน

           เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์

  1. 1. ประชากรวัยเรียนระดับการศึกษาภาคบังคับ ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคจนจบการศึกษาภาคบังคับ
  2. เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ
  3. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเต็มตามศักยภาพ  
  4. เด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออกจากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน ได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

           ตัวชี้วัด

ที่

ตัวชี้วัด

หน่วยนับ

ค่าเป้าหมาย

ปี 2566

 
 

1

อัตราการเข้าเรียนสุทธิระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2

ร้อยละ

70

2

ร้อยละของเด็กออกกลางคัน เด็กตกหล่น กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม

ร้อยละ

80

3

ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม     ตามความจำเป็นและศักยภาพ

ร้อยละ

100

4

ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมศักยภาพ          ที่เหมาะสม

ร้อยละ

100

5

ร้อยละของสถานศึกษามีการนำข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการรับและให้บริการการศึกษา รวมถึงการส่งต่อผู้เรียนระดับปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบ

ร้อยละ

90

6

ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เหมาะสมกับผู้เรียน

ร้อยละ

70

แนวทางการพัฒนา

ที่

แนวทางการพัฒนา

1

ส่งเสริม สนับสนุนการใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนระดับปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล     เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา รวมทั้งบูรณาการและเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง       เพื่อดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้เรียนออกจากระบบการศึกษา

2

ส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างต่อเนื่อง ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และระดมทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

3

ส่งเสริม สนับสนุนให้มีเทคโนโลยีดิจิทัล หรือนวัตกรรม ในการสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้ผู้เรียนทุกคนทุกพื้นที่เข้าถึงการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ

4

สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยบุคคล ครอบครัว (Home School) องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ และสถานประกอบการในศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

5

ส่งเสริม สนับสนุนการใช้ระบบแพลตฟอร์มในการส่งต่อ ติดตาม และค้นหานักเรียน เพื่อช่วยเหลือเด็กตกหล่น       เด็กออกกลางคัน  ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม

6

กำหนดแนวทางและกระบวนการในการส่งต่อนักเรียนให้ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นหรือมีทักษะอาชีพในการดำรงชีวิต

7

สนับสนุนการพัฒนารูปแบบและวิธีการจัดการเรียนรู้ เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา รวมทั้งกระบวนการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับการพัฒนาศักยภาพของเด็กพิการ

8

ส่งเสริมจัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ

9

ส่งเสริมการศึกษาทางเลือกและการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้  และมีพื้นฐานการประกอบอาชีพหรือทักษะอาชีพ    อย่างเท่าเทียม

10

ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และทักษะวิชาประคองชีพ สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นสามารถพึ่งตนเองได้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล

11

ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมให้มีคุณภาพ และเกิดการบูรณาการอย่างยั่งยืน

12.

พัฒนาโรงเรียนคุณภาพ  ให้สามารถเพิ่มโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับประชากรวัยเรียนและผู้เรียน                  ได้อย่างมีคุณภาพ

13.

เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยส่งเสริม สนับสนุนให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน

 

กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

           เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์

  1. เด็กปฐมวัยในสังกัด มีพัฒนาการสมวัยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
  2. 2. ผู้เรียนทุกช่วงวัยในสังกัด มีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ
  3. 3. ผู้เรียนทุกช่วงวัยในสังกัด ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน สอดคล้องกับศักยภาพให้เป็นผู้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21  
  4. 4. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
    มีสมรรถนะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ จรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งจิตวิญญาณความเป็นครู
  5. 5. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  6. 6. สถานศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีระบบการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning)

 

 

           ตัวชี้วัด

ที่

ตัวชี้วัด

หน่วยนับ

ค่าเป้าหมาย

ปี 2566

 
 

1

ร้อยละของผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

ร้อยละ

80

2

ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัดที่สามารถจัดการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียน โดยใช้เครื่องมือคัดกรอง/สำรวจแวว/วัดความสามารถความถนัดของผู้เรียน

ร้อยละ

30

3

ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัด ที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน

ร้อยละ

60

4

ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีการวัดและประเมินผล  เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริม   การเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning)

ร้อยละ

50

5

ร้อยละของผู้เรียนปฐมวัยในสังกัดมีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

ร้อยละ

80

 

 

 

 

           แนวทางการพัฒนา

ที่

แนวทางการพัฒนา

1.

จัดการศึกษาระดับปฐมวัยให้มีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

2.

ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึด  มั่น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สู่การปฏิบัติ

3.

ส่งเสริมผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล โดยมีเครื่องมือคัดกรอง /สำรวจแวว /วัดความสามารถ ความถนัด สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายตอบสนองความแตกต่างทางพหุปัญญาของผู้เรียน โดยครูออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสอดคล้องตามบริบทและวัฒนธรรม คำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลตามความถนัด ความสนใจ ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ

4.

ส่งเสริมให้มีจัดการศึกษาตามขีดความสามารถของผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความถนัดและศักยภาพของแต่ละบุคคล วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ

5.

ส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสูง นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เชื่อมโยงสู่อาชีพและการมีงานทำ มีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ

6.

ส่งเสริม พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่นำไปสู่ Digital Life & Learning

7.

ส่งเสริมให้นักเรียนนำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันและหารายได้ระหว่างเรียน

8.

ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

9.

ส่งเสริมให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม (Co-creation)ให้กับผู้เรียนในทุกระดับชั้น

10.

ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะวิชาชีพ สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นสามารถพึ่งตนเองได้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล

11.

พัฒนาศักยภาพครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการแบบ Intensive Training การอบรมแบบออนไลน์ (Online Training) การอบรมแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (e-learning) เป็นต้น

13.

พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

14.

พัฒนาระบบคลังข้อสอบมาตรฐานในการประเมินคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน เพื่อให้บริการแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในรูปแบบออนไลน์

15.

พัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน และสมรรถนะของผู้เรียน

16.

พัฒนาและส่งเสริมให้มีแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้อัจฉริยะ ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอนที่มีคุณภาพ และการประเมินและพัฒนาผู้เรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) สำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

17.

บูรณาการการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อด้านอาชีพและการประกอบอาชีพ หรือการมีงานทำตามความต้องการและความถนัดของผู้เรียน

18.

สนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตรและการพัฒนาครู ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สนับสนุนการพัฒนาระบบและกระบวนการบริหารจัดการกระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และระบบการนิเทศการศึกษา และการสอนงานของครูพี่เลี้ยงในสถานศึกษา

19.

ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อความเป็นเลิศโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน

20.

พัฒนาศึกษานิเทศก์ รูปแบบ วิธีการนิเทศที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21  

21.

พัฒนาศึกษานิเทศก์และผู้บริหารสถานศึกษาให้มีสมรรถนะในการนิเทศการศึกษาและการพัฒนางานวิชาการ          ที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และสอดคล้องกับลักษณะงานและวิธีการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง    

 

 

กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา

           เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์

  1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีการนำระบบข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ

              2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีระบบการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน

              3.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีระบบการจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะอัตรากำลังและงบประมาณ ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท

  1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษามีการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท

              5.โรงเรียนคุณภาพได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพ ที่เหมาะสมกับบริบท

           ตัวชี้วัด

ที่

ตัวชี้วัด

หน่วยนับ

ค่าเป้าหมาย

ปี 2566

 
 

1

ร้อยละของสถานศึกษา ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน/หน่วยงาน/องค์กร/บุคคลภายนอก ในการบริหารจัดการ และการให้บริการการศึกษา

ร้อยละ

80

2

ร้อยละของหน่วยงานในสังกัดมีการพัฒนาบริหารจัดการ และการให้บริการการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ร้อยละ

80

3

ร้อยละของสถานศึกษาที่มีผลการประกันคุณภาพภายในระดับดีเลิศขึ้นไป

ร้อยละ

76

4

ร้อยละของโรงเรียนคุณภาพที่มีการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรร่วมกันได้สำเร็จตามเป้าหมาย

ร้อยละ

80

 

 

 

 

 

แนวทางการพัฒนา

ที่

แนวทางการพัฒนา

1.

ส่งเสริม สนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด มีและใช้ข้อมูลจัดการและรายงาน  (ปพ. Online/ระบบรายงานผลต่อ พระราชบัญญัติอำนวยความสะดวก/พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล/ระบบสารสนเทศเพิ่มการบริหารจัดการของสถานศึกษา/ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  (นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา (อาคาร ครุภัณฑ์))/ด้านบุคลากร) และการให้บริการอื่น ๆ

2.

พัฒนาระบบพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้ครอบคลุม  (การให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การใช้โครงข่ายอินเทอร์เน็ต การใช้อุปกรณ์ด้าน ICT)อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

3.

ส่งเสริม สนับสนุน การใช้ระบบบริหารด้านการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ดีสำหรับสถานศึกษาให้เป็นระบบเดียว   เพื่อลดภาระงานครู ลดความซ้ำซ้อนของระบบงานและการจัดเก็บข้อมูล

4.

จัดหาอุปกรณ์ เทคโนโลยีที่เหมาะสมในทุกระดับและเพียงพอต่อความต้องการของการดำเนินงาน สนับสนุนงบประมาณด้านเทคโนโลยีแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สถานศึกษาให้ครบถ้วนโดยวิธีการสนับสนุนจากส่วนราชการและภาคีเครือข่าย เพื่อรองรับการทำงานและการจัดการเรียนการสอน

5.

ส่งเสริมโรงเรียนคุณภาพได้รับการสนับสนุนงบประมาณที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการศึกษา        ที่เกิดขึ้น

6.

เสริมสร้างขวัญกำลังใจในความก้าวหน้าทางวิชาชีพ และการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากร

7.

พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับ Digital Literacy และสมรรถนะครูในทุกด้าน

8.

พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณธรรม จริยธรรมและการปฏิบัติงานตามหลัก      ธรรมาภิบาล

9.

ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาทั้งในและนอกสังกัด เพื่อบูรณาการการใช้ทรัพยากรของสถานศึกษาในสังกัด  โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน

10.

ส่งเสริมทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา สนับสนุนทรัพยากร (มาตรการทางภาษี บุคลากร สิ่งอำนวยความสะดวก)

11.

ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ การบริหารจัดการศึกษาจากภาคส่วนต่าง ๆ

12.

พัฒนาสถานศึกษาในสังกัดให้มีคุณภาพ ยั่งยืน สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนคุณภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องมือในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน

           สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2  ใช้  ROIET 2 MODEL  เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา โดยใช้หลักการดำเนินงาน คือ “ ได้ใจคน ได้ผลงาน ประสานพลัง ดังนี้

 

 

 

 

     

 

                 

                        R = Recheck         ได้แก่ ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาวางแผนพัฒนาคุณภาพ

                                                       การศึกษา      

                        O = Organization   ได้แก่ ศึกษาเพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้า บริหารงานได้อย่างมี

                                                      ประสิทธิภาพ

                         I =  Information    ได้แก่ การใช้ข้อมูล ข่าวสาร ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา

                      E = Evaluation     ได้แก่  การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา นำข้อมูลมาใช้

                                                              ในการวางแผนและพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ

                       T = Technology    ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพการศึกษา

                      2 = Quality and Moral  ได้แก่  คุณภาพ และคุณธรรม

        คำว่า  คุณภาพ  มี  5  ระดับ คือ

  1. คุณภาพสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กำหนดทิศทางการพัฒนาตามมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560   ได้แก่

            1.1 การบริการจัดการที่ดี

            1.2 การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้

            1.3 การกระจายอำนาจและการส่งเสริมเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา

  1. คุณภาพสถานศึกษา (Education Institution Quality)   ประกอบด้วย

                     2.1 การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา (The Education Quality Development Plan)

                     2.2 การจัดการเรียนการสอน (Organizing Instruction)

                     2.3 ระบบประกันคุณภาพการศึกษา (Assurance System of Quality)

                     2.4 การบริหารจัดการ/การนิเทศ (Administration and Management/Supervision)

  1. คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย

                3.1 พัฒนาครูให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูผู้สอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการเรียนรู้”

                3.2 อบรม  พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา  ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่ง ปฏิบัติงานตรงกับความรู้ ความสามารถ วุฒิการศึกษา/การอบรม และลดภาระงานครูที่ใม่เกี่ยวกับการเรียน     การสอน

                   3.3 ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยใช้ระบบบริหารงานบุคคลที่มีความเป็นธรรม

                 3.4  สร้างขวัญกำลังใจและยกย่องเชิดชูเกียรติ

  1. คุณภาพห้องเรียน (Classroom Quality) ประกอบด้วย

                     4.1 การจัดสภาพแวดล้อม/บริบท (Classroom Environment)

                     4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ (Learning  Process) ดำเนินการดังนี้

                          1) พัฒนาหลักสูตร จัดทำหน่วยการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้

                          2) การจัดกระบวนการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะสำคัญจำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21

                            ประกอบด้วยทักษะ 3Rs +8Cs

                          3) ครูสอนตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551)                     สอน-สอบ ประจำหน่วยการเรียนรู้

                          4) คัดกรองนักเรียนอ่าน-เขียนไม่ได้ ทุกชั้น แล้วร่วมกันสร้างนวัตกรรม/วิจัยแก้ปัญหา

                          5) ส่งเสริมความสามารถนักเรียน แข่งขันอัจฉริยภาพทุกระดับ

                   4.3 ระบบเทคโนโลยีการศึกษา (Technology System)

                   4.4 การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Research)

                   4.5 ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (Student Assistance System)

  1. คุณภาพผู้เรียน หมายถึงการพัฒนาผู้เรียน 3 ด้าน ดังนี้

                 4.1 วิชาการ  ได้แก่

                         1) พัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความพร้อมทั้ง 4 ด้าน คือ  ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม  ด้านสติปัญญา   

                         2) พัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะสำคัญจำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยทักษะ 3Rs +8Cs

                         3) พัฒนาส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้ศักยภาพพหุปัญญาในการดำรงชีวิต

                          4) พัฒนานักเรียนทุกระดับชั้นให้มีความสามารถสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ตามวัย 

                        5) ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกระดับชั้นให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน

                4.2 วิชาชีพ  ได้แก่   

                     1) เสริมทักษะวิชาชีพ   

                     2) การส่งเสริม OSOP  หรือ One School One Product

                     3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1– 3 ต้องเลือกเรียนวิชาเสริมเป็นวิชาชีพให้ตรงกับความต้องการของท้องถิ่นและประเทศชาติได้

                4.3 วิชาประคองชีพ ได้แก่  

                      1)  คุณลักษณะอันพึงประสงค์  8 ประการ   

                      2)  ค่านิยมหลัก 12 ประการ

                      3)  ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 

                      4)  เสริมสร้าง ความซื่อสัตย์ วินัย คุณธรรม จริยธรรม และการมีจิตสาธารณะ ให้แก่ผู้เรียน โดยการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนผ่านสาระการเรียนรู้ทุกวิชา รวมทั้งกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

             คำว่าคุณธรรม  คือ  ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2  มีวินัย คุณธรรม  จริยธรรม ประพฤติตนอยู่บนพื้นฐานของศีลธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาล

 

           กระบวนการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามรูปแบบ  ROIET 2 MODEl  นั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้ใช้หลักในการดำเนินงาน คือ “ ได้ใจคน ได้ผลงาน ประสานพลังและใช้วงจรการบริหารงานคุณภาพ (PDCA) เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงการทำงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 อย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการศึกษา สู่เป้าหมาย “คุณภาพผู้เรียน 3 วิ”  ได้แก่ วิชาการ วิชาชีพ และวิชาประคองชีพ”